1.)เขาพนมรุ้ง
ปราสาทหินพนมรุ้ง
เป็นหนึ่งในปราสาทหินในกลุ่มราชมรรคา ตำบลตาเป๊ก อำเภอเฉลิมพระเกียรติ
ห่างจากตัวเมืองบุรีรัมย์ลงมาทางทิศใต้ประมาณ 77 กิโลเมตร
ประกอบไปด้วยโบราณสถานสำคัญ ซึ่งตั้งอยู่บนยอดภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้ว สูงประมาณ 200 เมตรจากพื้นราบ (ประมาณ 350
เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง) คำว่า พนมรุ้ง นั้น มาจากภาษาเขมร คำว่า วนํรุง
แปลว่า ภูเขาใหญ่ ตั้งอยู่ที่
อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์
2.)ปราสาทหินเมืองต่ำ
“ดื่มด่ำกับศิลปะลายสลักที่งดงาม มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์มหาศาจ
เล่าเรื่องเมืองโบราณนาม เมืองต่ำ แดนดินถิ่นขอมโบราณ สร้างหลักฐานที่งดงาม ฝากไว้ให้ได้ชม”
เป็นหนึ่งในกลุ่มปราสาทมรรคโค เป็นศาสนสถานที่สร้างตามคติความเชื่อ ทางศาสนาฮินดูสันนิษฐานว่าคงสร้างขึ้น
เพื่อถวายพระศิวะ มีลักษณะเป็นศาสนสถานประจำเมืองหรือประจำชุมชน ปราสาทหินเมืองต่ำ
ตั้งอยู่ที่ อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์
3.)พระบรมธาตุเจดีย์ศรีสุวโจคณานุสรณ์ (วัดป่าเขาน้อย)
วัดป่าเขาน้อย อยู่ในตำบลเสม็ด อำเภอเมืองบุรีรัมย์มี
“พระบรมธาตุเจดีย์ศรีสุวจคุณานุสรณ์”
สร้างขึ้นจากแรงเคารพศรัทธาของศิษยานุศิษย์ของหลวงปู่สุวัจน์ สุวโจ
เพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกฐธาตุ
และเป็นเครื่องระลึกถึงพระคุณแห่งหลวงปู่สุวัจน์ สุวโจ
พระสายธรรมยุติและเป็นลูกศิษย์หลวงปู่มั่น ซึ่งมรณภาพเมื่อวันที่ ๕ เมษายน ๒๕๔๕ อ.เมือง
จ.บุรีรัมย์
4.)ปราสาทวัดโคกงิ้ว
ปราสาทโคกงิ้ว แห่งนี้ เคยเป็นอโรคยศาล(โรงพยาบาล)
ประจำชุมชนหรือเมืองวิเรนทรปุระ (สมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗) มาก่อน ตั้งอยู่ภายในบริเวณวัดโคกงิ้ว
บ้านโคกงิ้ว หมู่ที่ ๓ ต.ปะคำ อ.ปะคำ จ.บุรีรัมย์
5.)วัดภูม่านฟ้า
วัดภูม่านฟ้า ตั้งอยู่ในอำเภอชำนิ จังหวัดบุรีรัมย์เกิดจากศรัทธาที่ยิ่งใหญ่
สร้างศิลปะและความงดงามให้ได้ชมเรื่องราวพุทธประวัติ ตำนานที่ยิ่งใหญ่
เรื่องราวมากมาย มีพื้นที่ทั้งหมด 200 ไร่
บรรยากาศร่มรื่น เต็มไปด้วย ก้อนหินที่นำมาแกะเป็นรูปลักษณ์อักษรทางพระพุทธศาสนา โดยมีพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธ์ภายในวัดภูม่านฟ้า
คือ หลวงปู่หิน
ซึ่งเป็นจุดแรกที่เมื่อเดินมาถึงแล้วต้องเข้าไปกราบไหว้ก่อนเข้าเดินชม ณ จุดอื่นๆ
ทั้งนี้ก็ยังมีศาลาที่รวบรวมของโบราณที่น่าสนใจหลายอย่าง อาทิ เช่น
เครื่องปั้นดินเผา แจกันน้อยใหญ่ อุปกรณ์ท่อผ้าไหมสมัยโบราณ รถยนต์โบราณ คราบงูที่มีขนาดใหญ่
สินค้าที่แกะสลักด้วยไม้ เป็นต้น
6.)แหล่งตัดหิน
แหล่งหินตัดนี้ เป็นแหล่งหินทรายที่คนสมัยขอม
ตัดเอาไปสร้าง ปราสาทต่างๆ ในเขตอีสานใต้ ทั่วบริเวณ
มีหินทรายก้อนใหญ่น้อยเรียงรายอยู่ทั่วไป บางก้อนยังมีร่องรอย สกัดหินปรากฏอยู่
นอกจากนั้น บริเวณนี้ยัง เป็นสถานปฏิบัติธรรมของวัดสวนธรรมศิลา ได้รับการดูแลและ
ปรับปรุงสถานที่ให้สะอาดสวยงาม และมี ทางเดินจากแหล่งหินตัดไปยังจุดชมวิวบนยอดเขา ตั้งอยู่ในเขตอำเภอบ้านกรวด
บริเวณเขากลอยและเขากระเจียว จ.บุรีรัมย์
7.)กู่สวนแตง
กู่สวนแตงเป็นโบราณสถานแบบขอมอีกแห่งหนึ่ง
ซึ่งประกอบด้วยปรางค์อิฐ 3 องค์ ตั้งเรียงในแนวเหนือ-ใต้ บนฐานศิลาแลงเดียวกัน
อาคารทั้งหมดหันหน้าไปทางทิศตะวันออก มีประตูหน้าเพียงประตูเดียว อีก 3 ด้านสลักเป็นประตูหลอก
ปรางค์องค์กลางมีขนาดใหญ่และมีสภาพที่ค่อนข้างสมบูรณ์เป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส
ด้านหน้าที่มุขยื่นออกมาเล็กน้อย ตรงหน้าบันเหนือประตูหลอกทั้ง 3 ด้าน มีลักษณะยื่นออกมาและมีแผ่นศิลาทรายรองรับ ส่วนปรางค์อีก 2 องค์ มีขนาดเล็กกว่า ฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส
มีประตูเดียวทางด้านหน้าเช่นกัน ส่วนผนังอีก 3 ด้าน
ก่อเรียบทึบสำหรับบนพื้นหน้าปรางค์มีส่วนประกอบสถาปัตยกรรมหินทรายอื่น ๆ กู่สวนแตง
อ.บ้านใหม่ไชยพจน์ จ.บุรีรัมย์
8.)ปราสาทหนองหงส์
ชื่อหนองหงส์แต่ไม่ได้อยู่อำเภอหนองหงส์ ปราสาทหนองหงส์
ตั้งอยู่บ้านโนนดินแดง เป็นโบราณสถานขนาดเล็กประกอบด้วยปรางค์ 3 องค์ ก่อด้วยอิฐ
ตั้งบนฐานก่อด้วยศิลาแลงต่อเนื่องเป็นฐานเดียวกัน ปราสาทหนองหงส์ อ.โนนดินแดง
จ.บุรีรัมย์
9.)แหล่งเตาโบราณ
ตั้งอยู่ที่โรงเรียนบ้านกรวดวิทยาคาร อ.บ้านกรวด
จ.บุรีรัมย์ ระหว่างหลักกม.ที่ 21-22 ทางหลวง หมายเลข 2075 ห่างจากตัวเมือง 66 กม. นักโบราณคดีได้สำรวจพบเตาเผา
และเครื่องปั้นดินเผา โบราณจำนวนมาก พบว่ามีอายุประมาณพุทธศตวรรษที่ 14-19 โดยเตาเผาเหล่านี้ ได้ผลิตเครื่องถ้วยเขมร เพื่อเป็นสินค้าป้อนให้กับเมืองต่างๆ
ในกัมพูชา และในภูมิภาคต่างๆ โดยมีการทำอุตสาหกรรมขนาด ใหญ่โต
และขยายขอบเขตการผลิตไปยังพื้นที่ใกล้เคียงอีกด้วย
10.)อนุสาวรีย์เราสู้
อนุสรณ์รำลึกถึงเกียรติประวัติ
และสดุดีวีรกรรมประชาชน เจ้าหน้าที่ทั้งฝ่ายพลเรือน ตำรวจ ทหาร
ที่ได้ผนึกกำลังเข้าร่วมต่อสู้กับผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ (ผกค.)
ที่ดักซุ่มโจมตีขัดขวางการก่อสร้างถนนสายละหานทราย-ตาพระยา และด้วยความกล้าหาญ
ความรักสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เส้นทางสายยุทธศาสตร์เส้นนี้จึงสำเร็จลงได้ อนุสาวรีย์เราสู้
อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์
11.)พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
พ.ศ. 2321 สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี โปรดให้ สมเด็จพระยามหากษัตริย์ศึกยกทัพไปปราบ
พระยานางรองซึ่งคบคิดกับเจ้าโอ เจ้าอินแห่งจำปาศักดิ์ ขณะเดินทัพพบเมืองร้างอยู่ที่ลุ่มน้ำห้วยจระเข้มาก
มีชัยภูมิดีแต่ไข้ป่าชุกชุม ชาวเขมรป่าดงไม่กล้าเข้ามาอยู่อาศัย แต่ตั้งบ้านเรือนอยู่โดยรอบ
จึงรวบรวมผู้คนตั้งเป็นเมืองแปะ และให้บุตรเจ้าเมืองพุทไธสมันซึ่งติดตามมาด้วยเป็นเจ้าเมือง
ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นพระยานครภักดี ต่อมาจึงเปลี่ยนชื่อเป็น เมืองบุรีรัมย์ จ.บุรีรัมย์











ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น